ประวัติความเป็นมา
สืบเนื่องจากป๋า(พ่อตา) มีประสบการณ์ในครัวอาหารฝรั่งมาตั้งแต่หนุ่ม ได้รับการสอนและทำงานกับเชฟฝรั่งในห้องอาหารที่ให้บริการแก่ทหารอเมริกันในสมัยนั้น ต่อมาได้เปิดกิจการขายอาหารของตัวเองใน Canteen ของหน่วยงานด้านวิศวกรรมโครงสร้างของฐานทัพอากาศสหรัฐในประเทศไทย ที่ตึกบุญมิตร ถนนสีลม จนกระทั่งโครงการของหน่วยงานดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อปี 1970 ระหว่างที่หาทำเลเปิดร้านใหม่อยู่ ได้เข้าไปร่วมงานกับร้านเบเกอรรี่และอาหารเก่าแก่ในถนนสุขุมวิทชื่อร้าน “ ไซเล่อร์ ” ปากซอยสุขุมวิท 51 ปัจจุบันเลิกกิจการไปแล้วเนื่องจากฝรั่งที่เป็นเจ้าของได้เสียชีวิตลงและไม่มีผู้สืบทอด (ตรงนี้มีเกล็ดที่ป๋าเล่าให้ฟังว่าตำราทำอาหารและเบเกอรี่ที่เขียนสะสมด้วยลายมือของคุณไซเล่อร์เล่มโตทีเดียวไม่ทราบว่าตกไปอยู่กับใคร ถือว่าผู้นั้นโชคดีเป็นอย่างยิ่ง) ป๋าทำอยู่ได้ประมาณปีเศษก็ได้ทำเลค้าขายที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 26
ป๋าได้เปิดร้านขายอาหารชื่อ “ เด่นพร “ เมื่อปี 1971 ครอบครัวป๋าเป็นคนจีนไหหลำ ตอนนั้นป๋าแต่งงานมีครอบครัวและมีลูกแล้ว 3 คน และมีพี่ ๆ น้อง ๆ อีก 3 คน จึงแบ่งหน้าที่กันทำในร้าน ช่วยขาย ช่วยเสริ์ฟ ช่วยล้างจาน มีป๋าเป็นกุ๊กและแม่เป็นผู้ช่วยกุ๊ก ลูกค้ารุ่นแรกก็ยังได้ต่อเนื่องจากทหารจีไอที่ทำงานอยู่บนตึกโชคชัย (ปัจจุบันเป็นตึกแบงค์ยูโอบี) ตอนนั้นพวกฝรั่งจีไอมากันแน่นร้าน เข้ามาทีแขวนหมวกเรียงกันเป็นแถวยาวเลย เช้าขายเบรคฟาสต์ กลางวันขายสเต๊คสลัด ตกกลางคืนสนุกสนานกับบรรยากาศ Dart Club ฝรั่งปาลูกดอกเล่นกันไปพร้อมกับวิสกี้ที่ป๋ามายืนคุมบาร์เอง ขายอยู่ได้สักสองปีสามปีก็ถึงคราวที่หน่วยงานทหารลูกค้าของเรายุบตัวลงอีก ป๋าเล่าว่าตอนนั้นลูกค้าคนไทยก็มีที่เป็นกลุ่มคือเจ้าหน้าทั้งหลายในกรมศุลกากร พอฝรั่งไปพี่ ๆ ในกรมศุลฯ ก็เลยกลายเป็นขาประจำขาใหญ่ของร้านไปแทน แต่คลับปาเป้าต้องเลิกเพราะคนไทยไม่นิยม หลังจากนั้นก็ขายกันมาเรื่อย ๆ สะสมลูกค้าประจำกันมาอีกก็รวม ๆ ราว ๆ 25 ปี

ยุคแรกของร้านเด่นพรก็เดินทางมาหยุดตรงจุดที่พี่น้อง 3 คนของป๋าเกษียณอายุ กล่าวคือพี่สาวกับน้องสาว(ไม๊ยีกับไม๊บ่วย) แยกไปอยู่กับลูกหลานที่ทำงานหาเลี้ยงแม่กับอาได้เองแล้ว ส่วนน้องชาย(ยีเด)เสียชีวิตจากโรคประจำตัวปัจจุบันลูกค้าของอา ๆ นักขายมือโปรรุ่นนี้หลายท่านก็ยังตามไปอุดหนุนที่ร้านครัวคุณ
ร้านเด่นพรยังคงดำเนินกิจการต่อมาได้อีกเป็น 10 ปี โดยตอนนั้นเป็นช่วงวัย 65-75 ของป๋ากับแม่ ส่วนคนที่มาแทนไม๊ยี ไม๊บ่วย ยีเด ก็คือลูกสาวคนโตที่ขอเข้าโปรแกรมเกษียณก่อนอายุจากแบงค์ออฟอเมริกามา (ภรรยาผมเอง) ซึ่งก็เรียกว่าเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยทีเดียวเพราะคนรับผิดชอบหน้าร้านจาก 3 คนเหลือแค่คนเดียว การที่ต้องใช้ลูกจ้างซึ่งอยู่กันไม่ต่อเนื่องคือปัญหาหลัก ตัวป๋ากับแม่เองด้วยวัยที่มากขึ้นก็เจ็บป่วยบ้างแม้จะจ้างเด็กมาช่วยในครัวเพิ่มก็อยู่ไม่ค่อยทนเหมือนกัน แต่ความลำบากย่อมมาก่อนความสำเร็จเสมอ ด้วยความถนัดและความสามารถในด้านงานบริการของ เนี้ยว
